แบบที่ 3 - กระเทียมดอง
ส่วนผสม
กระเทียมดอง / พริกชี้ฟ้าแดง / น้ำตาลทราย / เกลือ / น้ำส้มสายชู / แป้งมัน หรือ แป้งข้าวโพด / ผักชี
วิธีทำ
1). ปั่นพริกชี้ฟ้าแดงกับกะเทียมดอง โดยแยกกันปั่น หรือจะปั่นรวมกันก็ได้ ปั่นให้ละเอียด
2). ต้มน้ำให้เดือด (ใส่รากผักชีลงไปด้วยก็ได้) ใส่น้ำตาลทรายคนให้ละลาย หลังจากน้ำเดือดแล้ว ใส่พริกกับกระเทียมที่ปั่นลงไป เติมเกลือ กับน้ำส้มสายชู ชิมรสตามชอบ ( เปรี้ยวหวาน หวานเค็ม ) จะใส่น้ำกระเทียมดองด้วยก็ได้
3). ผสมแป้งข้าวโพดกับน้ำ ค่อย ๆ เท ลงหมั่นคนจนน้ำจิ้มข้นเหนียว ปิดไฟเด็ดผักชีใส่โรยหน้าลงไป
ที่มา http://www.pantown.com/market.php?id=8521&name=market8&area=&topic=48&action=view
30 เมษายน 2552
แบบน้ำมะขามเปียก
แบบที่ 2 – น้ำมะขามเปียกส่วนผสม
1). น้ำมะขาม (โดยการนำมะขามเปียกหรือสดมาขยำกับน้ำพอประมาณ มากน้อยตามที่เราต้องการ จากนั้นกรองเอากากมะขามทิ้ง )
2). นำน้ำมะขามที่เตรียมไว้ไปตั้งไฟให้ร้อน ใส่น้ำตาลปี๊บลงไปให้เยอะหน่อย เพื่อให้น้ำจะออกรสหวาน ๆ ชิมรสให้ออกเปรี้ยวหวาน
3). ละลายแป้งมันใส่ลงไปเพื่อทำให้น้ำจิ้มเหนียว หมั่นคนเรื่อย ๆ จนเดือดก็หรี่ไฟลงแต่ก็ยังคนไปเรื่อย ๆ มันจะเหนียวขึ้น ปรุงรสด้วยซีอิ๊วหรือน้ำปลานิดหน่อยไม่ต้องมาก พอให้รสออกหวาน ปน เปรี้ยวนิด ๆ และมีเค็มหน่อย ๆ
4). เอาพริกทอดมาตำให้ละเอียด พอน้ำจิ้มเริ่มข้นเหนียวดีแล้วก็เอาพริกทอดที่ตำเตรียมไว้ใส่ลงไป และโรยด้วยใบผักชีนิดหน่อย
ที่มา http://www.pantown.com/market.php?id=8521&name=market8&area=&topic=48&action=view
1). น้ำมะขาม (โดยการนำมะขามเปียกหรือสดมาขยำกับน้ำพอประมาณ มากน้อยตามที่เราต้องการ จากนั้นกรองเอากากมะขามทิ้ง )
2). นำน้ำมะขามที่เตรียมไว้ไปตั้งไฟให้ร้อน ใส่น้ำตาลปี๊บลงไปให้เยอะหน่อย เพื่อให้น้ำจะออกรสหวาน ๆ ชิมรสให้ออกเปรี้ยวหวาน
3). ละลายแป้งมันใส่ลงไปเพื่อทำให้น้ำจิ้มเหนียว หมั่นคนเรื่อย ๆ จนเดือดก็หรี่ไฟลงแต่ก็ยังคนไปเรื่อย ๆ มันจะเหนียวขึ้น ปรุงรสด้วยซีอิ๊วหรือน้ำปลานิดหน่อยไม่ต้องมาก พอให้รสออกหวาน ปน เปรี้ยวนิด ๆ และมีเค็มหน่อย ๆ
4). เอาพริกทอดมาตำให้ละเอียด พอน้ำจิ้มเริ่มข้นเหนียวดีแล้วก็เอาพริกทอดที่ตำเตรียมไว้ใส่ลงไป และโรยด้วยใบผักชีนิดหน่อย
ที่มา http://www.pantown.com/market.php?id=8521&name=market8&area=&topic=48&action=view
แบบน้ำส้มสายชู
วิธีทำน้ำจิ้มลูกชิ้น แบบที่ 1 – น้ำส้มสายชู
ส่วนผสมน้ำส้มสายชู ¼ ถ้วยตวง , น้ำสะอาด ¼ ถ้วยตวง
น้ำตาลทราย ½ ช้อนโต๊ะ , เกลือป่น 1 ช้อนชา
พริกแดงโขลกละเอียด 1-2 เม็ด แป้งมัน 2 ช้อนชา ให้ละลายในน้ำสะอาด 2 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
ผสมน้ำส้มสายชู, น้ำ, น้ำตาล, เกลือ, พริกแดง ตั้งไฟพอเดือด ใส่แป้งมันที่ละลายน้ำเล็กน้อยลงคนจนเหนียวพอสุกยกลง ชิมรสตามใจชอบ
ที่มา http://www.pantown.com/market.php?id=8521&name=market8&area=&topic=48&action=view
ส่วนผสมน้ำส้มสายชู ¼ ถ้วยตวง , น้ำสะอาด ¼ ถ้วยตวง
น้ำตาลทราย ½ ช้อนโต๊ะ , เกลือป่น 1 ช้อนชา
พริกแดงโขลกละเอียด 1-2 เม็ด แป้งมัน 2 ช้อนชา ให้ละลายในน้ำสะอาด 2 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
ผสมน้ำส้มสายชู, น้ำ, น้ำตาล, เกลือ, พริกแดง ตั้งไฟพอเดือด ใส่แป้งมันที่ละลายน้ำเล็กน้อยลงคนจนเหนียวพอสุกยกลง ชิมรสตามใจชอบ
ที่มา http://www.pantown.com/market.php?id=8521&name=market8&area=&topic=48&action=view
กระเบื้องเซรามิค
กระเบื้องเซรามิคสำหรับการปูพื้นและผนัง เป็นวัสดุที่นิยมใช้กันทุกหลังคาเรือน เนื่องจากมีความสวยงาม ก่อสร้างง่าย มีระดับราคาให้เลือกหลากหลาย ขึ้นอยู่กับคุณภาพและลวดลายของกระเบื้อง
วิธีการดูแลรักษา ต้องระวังพยายามอย่าให้ของที่มีน้ำหนักตกกระทบ เพราะจะทำให้กระเบื้องแตกร้าวได้ การทำความสะอาดให้ใช้ผ้าชุบน้ำธรรมดาบิดให้หมาดๆเช็ดถู กรณีในห้องน้ำการใช้น้ำยาทำความสะอาดห้องน้ำที่มีฤทธิ์รุนแรงเกินไป อาจจะทำลายปูนซีเมนต์ขาวที่ใช้ยาแนวกระเบื้อง จนทำให้น้ำซึมเข้าใต้แผ่นกระเบื้องได้
การซ่อมแซมกระเบื้องที่แตกร้าว ให้สกัดกระเบื้องแผ่นที่แตกออก ทำความสะอาดผิวคอนกรีตด้านล่าง ติดกระเบื้องแผ่นใหม่โดยใช้ปูนกาวสำหรับติดกระเบื้อง แล้วยาแนวรอยต่อของแผ่นกระเบื้องด้วยปูนซีเมนต์ขาว
ที่มา http://maneerin.blogspot.com/2008/04/blog-post.html
วิธีการดูแลรักษา ต้องระวังพยายามอย่าให้ของที่มีน้ำหนักตกกระทบ เพราะจะทำให้กระเบื้องแตกร้าวได้ การทำความสะอาดให้ใช้ผ้าชุบน้ำธรรมดาบิดให้หมาดๆเช็ดถู กรณีในห้องน้ำการใช้น้ำยาทำความสะอาดห้องน้ำที่มีฤทธิ์รุนแรงเกินไป อาจจะทำลายปูนซีเมนต์ขาวที่ใช้ยาแนวกระเบื้อง จนทำให้น้ำซึมเข้าใต้แผ่นกระเบื้องได้
การซ่อมแซมกระเบื้องที่แตกร้าว ให้สกัดกระเบื้องแผ่นที่แตกออก ทำความสะอาดผิวคอนกรีตด้านล่าง ติดกระเบื้องแผ่นใหม่โดยใช้ปูนกาวสำหรับติดกระเบื้อง แล้วยาแนวรอยต่อของแผ่นกระเบื้องด้วยปูนซีเมนต์ขาว
ที่มา http://maneerin.blogspot.com/2008/04/blog-post.html
ประตู - หน้าต่าง
วิธีดูแลรักษา ควรระมัดระวังไม่ให้บานประตู เปิดปิดอย่างรุนแรง เพราะลูกบิดอาจจะไปชนถูกผนังรอยเดือยของลูกบิดอาจจะเคลื่อน ทำให้เปิดปิดประตูยากขึ้น และไม่ควรให้เด็กห้อยโหนลูกบิดประตูเล่น นอกจากจะเกิดอันตรายแล้วยังทำให้ลูกบิดเสียและตัวบานพับหลวม ส่งผลทำให้ตัวบานตก ประตูจะฝืดขณะเปิดปิด
หากเป็นประตู – หน้าต่าง ที่เป็นลูกฟักกระจก เมื่อใช้งานไปเป็นระยะเวลานานๆ ขณะฝนตกอาจจะมีน้ำซึมเข้าตามขอบกระจก เนื่องจากซิลิโคนที่ใช้อุดร่องรอยต่อระหว่างกรอบบานไม้และกระจกเสื่อมสภาพ หรือหลุดล่อน ให้ลอกซิลิดคนเก่าออกแล้วอุดซิลิโคนใหม่เข้าไป
การทำความสะอาด บานประตูและบานหน้าต่างทำจากวัสดุหลัก 2 ประเภทคือ ตัวบานที่ทำจากไม้กับตัวบานที่ทำจากพลาสติก แต่การดูแลรักษาประตูหน้าต่างจะไม่ค่อยแตกต่างมากนักคือ หากมีคราบสกปรกใช้ผ้าแห้งหรือชุบน้ำสะอาดหมาดๆ เช็ดถู
ที่มา http://maneerin.blogspot.com/2008/04/blog-post.html
หากเป็นประตู – หน้าต่าง ที่เป็นลูกฟักกระจก เมื่อใช้งานไปเป็นระยะเวลานานๆ ขณะฝนตกอาจจะมีน้ำซึมเข้าตามขอบกระจก เนื่องจากซิลิโคนที่ใช้อุดร่องรอยต่อระหว่างกรอบบานไม้และกระจกเสื่อมสภาพ หรือหลุดล่อน ให้ลอกซิลิดคนเก่าออกแล้วอุดซิลิโคนใหม่เข้าไป
การทำความสะอาด บานประตูและบานหน้าต่างทำจากวัสดุหลัก 2 ประเภทคือ ตัวบานที่ทำจากไม้กับตัวบานที่ทำจากพลาสติก แต่การดูแลรักษาประตูหน้าต่างจะไม่ค่อยแตกต่างมากนักคือ หากมีคราบสกปรกใช้ผ้าแห้งหรือชุบน้ำสะอาดหมาดๆ เช็ดถู
ที่มา http://maneerin.blogspot.com/2008/04/blog-post.html
ไม้ปาร์เก้
ไม้ปาร์เก้เป็นวัสดุที่ทำจากธรรมชาติ นิยมนำมาใช้ปูพื้นบ้าน พื้นไม้ปาร์เก้ส่วนใหญ่จะมีการเคลือบเงาบนผิวไม้เป็นการรักษาเนื้อไม้และทำให้แลดูสวยงามวิธีดูแลรักษา ควรระมัดระวังเรื่องความชื้น เพราะความชื้นจะทำให้พื้นปาร์เก้บวม โปร่งพอง และน้ำที่ซึมลงไปใต้แผ่นไม้ปาร์เก้ จะทำให้กาวที่ยึดปาร์เก้กับพื้นด้านล่างเสื่อมคุณภาพ ทำให้ปาร์เก้หลุดล่อน ดังนั้นถ้าทำน้ำหกใส่บนพื้นไม้ปาร์เก้ หรือโดนน้ำฝน ควรรีบเช็ดให้แห้ง และอย่าลากเฟอร์นิเจอร์กับพื้น เพราะจะทำให้พื้นไม้เป็นรอย ควรใช้การยกแทน
การทำความสะอาด ให้ใช้ผ้าชุบน้ำหมาดๆ เช็ดถูบนพื้นไม้ หากพื้นไม้ไม่ค่อยเงางาม ให้ใช้ขี้ผึ้งเคลือบเงาทับ
ที่มา http://maneerin.blogspot.com/2008/04/blog-post.html
การทำความสะอาด ให้ใช้ผ้าชุบน้ำหมาดๆ เช็ดถูบนพื้นไม้ หากพื้นไม้ไม่ค่อยเงางาม ให้ใช้ขี้ผึ้งเคลือบเงาทับ
ที่มา http://maneerin.blogspot.com/2008/04/blog-post.html
การต่อเติมบ้าน
ในการต่อเติมบ้านที่ไม่ถูกต้องตามหลักวิศวกรรม จะเป็นการเพิ่มน้ำหนักบรรทุกให้กับโครงสร้างของตัวอาคาร ซึ่งวิศวกรได้คำนวณขนาดของโครงสร้างไว้รับน้ำหนักเฉพาะที่ออกแบบไว้ตามแบบเท่านั้น การต่อเติมบ้านจึงอาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้บ้านเกิดการทรุดตัว หรือโครงสร้างเกิดการแตกร้าว ดังนั้นจึงควรปรึกษาวิศวกรก่อนทำการต่อเติม และต้องปฎิบัติตามข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครดังนี้
ต้องมีที่ว่างไม่น้อยกว่า 30% ของพื้นที่ที่ดิน
บ้าน 2 ชั้น ผนังบ้านด้านที่อยู่ชิดบ้านหลังอื่น ที่มีช่องเปิด ประตู หน้าต่าง
ต้องอยู่ห่างเขตที่ดินไม่น้อยกว่า 2 เมตร ถ้าเป็นผนังทึบ ไม่มีช่องเปิด สามารถสร้างห่างเขตที่ดินได้น้อยกว่า 2 เมตร แต่ถ้าห่างเขตที่ดินน้อยกว่า 50 เซ็นติเมตร ต้องได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากเจ้าของที่ดินด้านนั้นด้วย
ที่มา http://maneerin.blogspot.com/2008/04/blog-post.html
ต้องมีที่ว่างไม่น้อยกว่า 30% ของพื้นที่ที่ดิน
บ้าน 2 ชั้น ผนังบ้านด้านที่อยู่ชิดบ้านหลังอื่น ที่มีช่องเปิด ประตู หน้าต่าง
ต้องอยู่ห่างเขตที่ดินไม่น้อยกว่า 2 เมตร ถ้าเป็นผนังทึบ ไม่มีช่องเปิด สามารถสร้างห่างเขตที่ดินได้น้อยกว่า 2 เมตร แต่ถ้าห่างเขตที่ดินน้อยกว่า 50 เซ็นติเมตร ต้องได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากเจ้าของที่ดินด้านนั้นด้วย
ที่มา http://maneerin.blogspot.com/2008/04/blog-post.html
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
