29 เมษายน 2552

เคล็ดลับกระจกสวยใส


เคล็ดลับกระจกสวยใส วิธีทำความสะอาดหน้าต่างกระจกให้ใสสะอาด ผสมน้ำกับน้ำส้มสายชู 1 : 2 ส่วน แล้วนำไปใส่ในขวดสเปรย์ ฉีดลงบนหน้าต่างกระจก แล้วใช้กระดาษหนังสือพิมพ์ เช็ดอีกที หน้าต่างกระจกจะใสจริงๆ

28 เมษายน 2552

วิธีสังเกตุผู้หญิงเจ้าชู้

1.เวลากิ๊กโทมาไม่เมมเบอร์กิ๊กๆเวลาโทรมาอยู่กะแฟนก็บอกว่าไม่รุเบอร์ใคร สงสัยโทรผิด
2.เวลาไปไหนมาไหนไม่ค่อยพกโทรศัพท์ มักจะอ้างว่าลืม ไม่งั้นก็ไม่เปิดเสียงโทรศัพท์ ข้อมูลการใช้โทรศัพท์ไม่มี
3.เวลาไปเที่ยวมักไม่อยากไปกะแฟน อยากไปกะเพื่อนสาว จะได้อ่อยหนุ่มๆเต็มที่
4.เวลาเจอเป้าหมายมักทำตัวเด่น หรือหาวิธีจะรุจักเค้าเช่นแอบสบตาอายๆ จ้องตาแต่แอบหลบเมื่อเค้ามองจิง
5.เวลาใครถามหรือขอเบอร์จะบอกว่าไม่มีแฟน แต่ก็มีคนคบๆดูๆอยู่แต่ทุกคนฐานะเท่ากัน
6.มักอ้างว่าไปหาญาติ ไม่ว่าจะพี่ น้อง ป้า น้าอา ฯลฯ
7.ไม่บอกที่อยู่ให้แน่ชัดกะหนุ่มๆทุกคนจะนัดที่กลางๆไว้เจอมากกว่า..
8.ชอบอยู่ในกลุ่มที่มีผู้ชายเยอะเยอะ เป็นจุดเด่นอยู่เสมอ (แบบชอบทำตัวเด่น)
9.เวลาเมา กับเวลาปกติ คนละเรื่องกันเลย
10.อยู่กะเราปิดเสียงโทรศัพท์
11.เมมเบอร์โทรศัพท์ชื่อแปลกๆ
12.ต่อหน้าและลับหลังไม่เหมือนกันต่อหน้าแฟนลับหลังเพื่อน
13.บอกคนอื่นว่าเปนเพื่อนกัน
14.อยู่กับแฟนยังแอบคุยโทรศัพท์
15.คบผู้ชายทีละ 2 คนขึ้นไปในเวลาเดียวกัน โดยที่คุณผู้ชายไม่รู้เรื่องราว
16.ชอบกวาดสายตากับผู้ชาย แจกเบอร์ไปทั่ว
17.ผู้หญิงที่สามารถมองเราได้โดยไม่หลบสายตานั่นแหละ
18.ลองถามเค้าดูสิว่า มีแฟนหรือยัง ถ้าหน้าตาดี ระดับนางแบบ แต่บอกว่ายังไม่มีแฟน เจ้าชู้ชัวร์
19.ผู้ ญ เจ้าชู้มักน่าตาดี แบบว่า สวย น่ารัก มนุษย์สัมพันดี ชอบให้ความหวังกับผู้ชาย อารมณ์ดี แต่งตัวดี ชอบจ้องตาผู้ชายโดยไม่กลัวอะรัย ปากหวาน พูดเก่งคุยเก่ง
20.สรุป ผู้หญิงเจ้าชู้ก็ไม่ต่างอะไรกับผู้ชายเจ้าชู้หรอก


ที่มา: http://www.tttonline.net/TTT2/hotzone/webboard_view.php?forum=8647

ผู้หญิง 10 แบบที่ผู้ชายชอบ

1. ผู้หญิงมิสทีน คือไม่ว่าสามีขยับตัวไปทางไหนต้องการอะไรเธอต้องเป็นวิ่งถลาเข้ามารับใช้พร้อมส่งเสียงหวาน ๆ มาด้วยว่า "มิสทีนมาแล้วค่ะ"
2. ผู้หญิงกระเบื้องซีแพคโมเนีย คือ ต้องสวยด้วย ต้องเย็นหน่อยและที่สำคัญต้องมีตราช้าง
3. ผู้หญิงคอฟฟี่เมต คือ ต้องเป็นใบ้พูดอะไรไม่ได้เลยใช้แต่ภาษามืออย่างเดียว
4. ผู้หญิงกาแฟโทรฟี่ คือ ต้องมีรสชาติ แปลก ๆ ใหม่ ๆรู้จักลุกขึ้นมาเปลี่ยนโน่นนิดนี่หน่อย เอาใจใส่เนื้อตัว ร่างการของตัวเอง "เพื่อรสชาติที่ไม่จำเจ "
5. ผู้หญิงไวตามิลค์ คือ ผู้หญิงที่เก่งเรื่องงานบ้านงานครัวทำกับข้าวกับปลาได้อร่อย เรียกว่าถ้าได้เธอมาเป็นภรรยาแล้ว ผู้เป็นสามีจะ " อิ่มสบายท้อง " ไปตลอดชีวิต
6. ผู้หญิงบรีสอัลตร้า คือ ดูก็สะอาด ดมก็สะอาด ไม่ใช่ปล่อยเนื้อปล่อยตัว
7. ผู้หญิง TOA คือ ต้องสวย ต้องทนทาน นานนับสิบปี
8. ผู้หญิงแพมเพอร์ส คือ ต้องพูดให้ได้อย่างคุณอุทุมพร ศิลาพันธ์ว่า "ทำรายการสำหรับเด็ก ต้องรู้จริงเรื่องเด็ก
9. ผู้หญิงจอห์นสัน แอนด์จอห์นสัน คือต้องรักตัวเราให้ได้เป็นที่สองรองจากแม่ของเราครับ
10. ผู้หญิงเมอเซเดสเบนซ์ ต้องเป็นสุดยอดยนตรกรรมที่ "โช๊คดีสีใหม่พวงมาลัยเอี่ยม ขี่เยี่ยมไม่ส่งเสียงดังแถมช่วงล่างก็ยังเพอร์เฟค "


ที่มา: http://www.dek-d.com/board/view.php?id=673545

วิธีคลายร้อนแบบไทยๆ แบบทำได้เอง ง่ายแสนง่าย

1.เดิน นั่งเล่น ทานอาหาร ห้างสรรพสินค้า ได้แอร์โดยไม่ต้องเปิดแอร์เองที่บ้าน หาเก้าอี้สาธารณะแล้วนำอาหารไปทานเองจากบ้านก็ได้ ไม่เปลืองสตังค์ มาถึงยุคนี้แล้ว ไม่ต้องอายค่ะ ทำไปก่อนค่ะ เดี๋ยวมีคนทำตามเพียบ!
2.เข้าโรงหนัง ระหว่างนั่งรอหนังเข้า ก็เอามือถือมาเปิด oknation wap เล่นบล็อกซะ
3.เข้าไปนั่งอ่านหนังสือ ทำงานที่ห้องสมุดที่เปิดแอร์อยู่แล้ว
4.ไปนั่งพักผ่อนใต้ต้นไม้ ตามสวนสาธารณะ สถานที่คุ้นเคย มีคนรู้จักแถบนอกเมือง
5.หยุดวันสองวันก็ปิดบ้านหนีร้อนไปเที่ยวน้ำตก หรือทะเลบ้าง
6.อาบน้ำบ่อยๆ นอนแช่น้ำให้คลายร้อน (โดยไม่ต้องใช้เครื่องทำน้ำอุ่น)
7.ทาแป้งเย็น หรือประดินสอพอง ให้ตัวลายพร้อย เปิดหน้าต่างรับลม
8.เอาผ้าขนหนูผืนเล็กๆชุบน้ำแช่ในช่องแข็ง หรือแช่เย็นไว้หลายๆผืน ควรหาอะไรใส่หุ้มไว้ทุกผืน ป้องกันไม่ให้ติดกัน หรือเปรอะเปื้อน เอาออกมาเช็ดหน้า เช็ดตัว พาดไว้ที่คอ คลายร้อนได้ดี
9.ซื้อถาดทำน้ำแข็งไว้เยอะๆ ทำน้ำแข็งใส่ที่เก็บน้ำแข็งไว้ให้มีใช้ตลอดเวลา
10.ทำน้ำเย็นใส่กระติกไว้ทาน (เหยาะน้ำยาอุทัย สักนิดให้ชื่นใจก็ได้) ใส่กระติกใบเล็กสำหรับพกออกไปนอกบ้าน ไม่ต้องไปซื้อน้ำเย็น น้ำแข็งใสที่ไหน
11.ทำไอศครีมหรือหวานเย็นทานเอง จะใช้น้ำผลไม้คั้นสดๆ (คั้นด้วยมือ) ผสมน้ำผึ้ง น้ำเชื่อม เกลือนิดหน่อย หรือ ใช้น้ำแข็งทุบละเอียดใส่น้ำหวาน
12.พื้นบ้านหลังจาก ถูด้วยผ้าเปียกใหม่ๆจะรู้สึกเย็นสบาย วันนี้คุณถูบ้านหรือยัง?
13.เอาผ้าชุบน้ำ หรือถุงผ้าชุบน้ำใส่น้ำแข็ง แขวนไว้หน้าพัดลม ก็เย็นเหมือนเปิดแอร์ (ถ้าขี้เกียจเดินเอาผ้าไปชุบน้ำบ่อยๆ ให้ใช้ผ้ายาวหน่อย จับปลายด้านล่างแช่น้ำ หรือน้ำแช่น้ำแข็งในถังวางไว้หน้าพัดลมเลยค่ะ)
14.ทำราวแขวนผ้าในบ้าน ย้ายผ้าสะอาดๆที่หมาดแล้วมาตากในบ้าน ให้พัดลมพัดเฉี่ยวๆเอาลมเย็นมาปะทะตัวเรา
15.ใส่เสื้อผ้าที่ทำจากใยธรรมชาติ งดผ้าที่ทำจากใยสังเคราะห์
16.ประพรมน้ำอบน้ำหอม เครื่องหอมไทย กลิ่นหอมของสมุนไพรไทย มีส่วนช่วยกระตุ้นระบบประสาท เมื่อได้กลิ่นจะทำให้มีความรู้สึกผ่อนคลาย อารมณ์ดี ทำให้มีความสดชื่น


ที่มา http://webboard.gg.in.th/topic/18/36818

วิธีประหยัดไฟ

-ใช้แอร์ระบบตั้งเวลาให้ปิดก่อนเวลาตื่น 1 ชั่วโมง
-ปิดแอร์ที่ทำงาน ½ - 1 ชั่วโมงก่อนเวลาเลิกงาน หากมีการทำ OT ใช้พัดลมไอน้ำแทนได้
-นั่งทำงานในที่มีแสงสว่างเพียงพอ ลดการใช้ไฟโคมบนโต๊ะทำงานได้
-เปิดไฟแสงสว่างในที่ทำงานเฉพาะจุดที่จำเป็น คนที่ไม่มาทำงานหรือกลับบ้านแล้ว ต้องปิดไฟบริเวณนั้นให้หมด
-ปิดไฟดวงที่ไม่ใช้ เปิดเฉพาะที่จำเป็น ทางที่ดีรวบรวมคนทั้งบ้านมานั่งล้อมวงทานข้าว เล่าเรื่อง สังสรรค์พร้อมหน้าพร้อมตากันยามค่ำทุกวัน จะได้ใช้ไฟดวงเดียว
-เดินทางไปไหนคนเดียว ไม่จำเป็นอย่าขับรถ ใช้รถไฟฟ้า รถไฟใต้ดิน และรถโดยสารแทน
-สมานฉันท์กับเพื่อนบ้านที่ทำงาน โรงเรียนลูก ใกล้กันหรือทางเดียวกัน นั่งรถไปทำงาน หรือส่งลูกคันเดียวกัน อาจจะขับให้กันฟรีๆหรือเหมาคิดค่าน้ำมันรายวัน รายสัปดาห์ รายเดือน
-หากมีทุนสักหน่อย ให้ปูแผ่นกันความร้อนบนฝ้าเพดานทั้งบ้าน กันความร้อนจากแสงแดดเข้าสู่ตัวบ้าน ลดการใช้พลังงานจากการทำงานของเครื่องทำความเย็นในบ้านได้
-ใช้ระบบไหลเวียนของน้ำ พรมหลังคาให้เย็นตลอดเวลา
-ใช้ระบบไหลเวียนของอากาศ ปัดลมร้อนออกไปจากรัศมีตัวบ้าน อาจจะเพียงแค่เปิดหน้าต่างมุมที่รับลม หรือติดตั้งตัวหมุนบนหลังคา
-ปลูกบ้าน อาคาร ต้องดูทิศทางลม และแสงแดด อย่าหันหน้าบ้าน ไปทางทิศตะวันตกเพราะจะทำให้ร้อนไปถึงตอนกลางคืน
ทาสีภายนอกอาคารให้สะท้อนแสง และภายในอย่าใช้สีทึบ
-หลีกเลี่ยงการใช้กำแพง หน้าต่าง กระจกบนตัวอาคาร หากใช้ก็ให้ติดฟิล์มกรองแสง เพื่อกันความร้อนเข้าตัวอาคาร และไม่สะท้อนแสงและความร้อนออกไปสร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่น
-ปิดพัดลมระบายอากาศในห้องแอร์ได้ หากในห้องไม่มีกลิ่นจากควันบุหรี่ อาหาร ควัน ฝุ่นไอ อันไม่พึงประสงค์ เพื่อลดปริมาณอากาศร้อนจากภายนอกเข้ามาเป็นเหตุให้เครื่องปรับอากาษต้องทำงานหนักขึ้น
- ตั้งให้คอมพิวเตอร์ปิดหน้าจอโดยอัตโนมัติ เมื่อไม่ใช้งานสักระยะหนึ่ง ทั้งประหยัดไฟและลดการทำงานของระบบทำความเย็น
- เปิดแอร์ที่อุณหภูมิ 28-30 C แล้วเปิดพัดลมควบคู่เพื่อเพิ่มความเร็วลม จะเย็นเหมือนเปิดที่ 25-26 C เพราะความเย็นเกิดจากความสัมพันธ์ของ อุณหภูมิ ความชื้นสัมพัทธ์ และความเร็วของลม
- จัดห้องให้ตู้ ชั้นวางของอยู่ติดกำแพงด้านตะวันออกและตะวันตกที่ต้องรับไอแดด ช่วยดูดซับความร้อนและลดการแผ่รังสีความร้อนของกำแพง
-ปิดแอร์เมื่อไม่ใช้งาน และอย่าเปิดช่องให้ความเย็นออก ใช้วิธีเปิดพัดลมช่วย เพื่อประหยัดพลังงานตอนเปิดแอร์ใช้อีกครั้ง
-เครื่องใช้ไฟฟ้า เช่น ตู้เย็น หม้อต้มน้ำ ต้มกาแฟ เคนื่องถ่ายเอกสาร เป็นต้น จะปล่อยความร้อนออกมา จึงไม่ควรไว้ในห้องแอร์
- งดสูบบุหรี่ สร้างมลพิษในอากาศในห้องที่ปิดทึบ ห้องแอร์ เพราะจะทำให้ต้องมีการเปิดพัดลมเพื่อระบายออก มีผลให้เครื่องปรับอากาศทำงานหนักขึ้นเพราะอากาศร้อนภายนอกเข้ามา และฝุ่นละอองไปจับที่คอลย์น้อย ทำให้ต้องมีการบำรุงรักษาบ่อยขึ้น
-ปิดช่องโหว่ รูรั่วตามกำแพง ปิดม่านบังแสง เพื่อมิให้ความร้อนจากภายนอกเล็ดลอดเข้ามา และม่านยังช่วยสะท้อนความร้อนออกไป
- ใช้โคมไฟแสงสว่างในที่ทำงาน แบบที่มีแผ่นสะท้อนแสงช่วยลดจำนวนหลอดไฟ
-ใช้หลอดผอม หรือ หลอดคอมแพค ประหยัดไฟ หมั่นทำความสะอาด อย่าให้ในจับจนแสงพร่ามัว
-ใช้ตู้เย็นประตูบานเดียว ที่มีช่องแช่แข็งอยู่ด้านบน ประหยัดไฟกว่า ตั้งอุณหภูมิที่ 3-6 C ชองแช่แข็งตั้งที่ ลบ15-18 C ประหยัดที่สุด
- หมั่นทำความสะอาดแผงระบายความร้อนหลังตู้เย็น ดูแลยางขอบประตูให้ปิดสนิทอยู่เสมอ อย่าเปิดปิดบ่อย อบ่านำของร้อนเข้าตู้เย็น
-ตรวจสอบว่ามีไฟรั่วไปทางสายดินหรือไม่ โดยปิดสวิทช์ไฟทุกอย่าง แล้วดูมิเตอร์ว่ายังเดินอยู่หรือไม่ สำหรับตู้เย็นให้เปิดไว้ขณะปิดอย่างอื่นหมด แล้วปรับสวิทชฺควบคุมอุณหภูมิลงจนต่ำสุดให้อมเพรสเซอร์หยุดทำงานก่อน ไปสังเกตุมิเตอร์ไฟฟ้า
-เลือกใช้เครื่องปรับอากศที่มีขนาดพอเหมาะกับการใช้งานในพื้นที่ และติดตั้งในตำแหน่งที่ไม่ถูกแสงแดด ความร้อนโดยตรง และระบายอากาศได้ดี
13-14 ตร.ม. ใช้ 8000 BTU
16-17 ตร.ม. ใช้ 10000 BTU
20 ตร.ม. ใช้ 12000 BTU
23-24 ตร.ม. ใช้ 14000 BTU
30 ตร.ม. ใช้ 18000 BTU
40 ตร.ม. ใช้ 24000 BTU
-ท้ายสุดแต่ใช่ว่าจะสุดท้ายค่ะยิ่งใช้เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องจักรยนต์น้อยเท่าไหร่ ยิ่งประหยัดพลังงาน เชื้อเพลิงได้มาก ฉะนั้น จึงควรจัดสภาพแวดล้อมที่พักอาศัย ที่ทำงาน วิถีการดำรงชีวิตให้เหมาะสม การอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างถ้อยทีถ้อยอาศัย มองผลประโยชน์ส่วนรวมเป็นใหญ่ การหาและใช้พลังงานทดแทนที่ไม่ก่อให้เกิดผลเสียต่อธรรมชาติ และการดูแลสิ่งแวดล้อม ธรรมชาติ ให้ดี เพื่อช่วยกันทำให้โลกเราอยู่ได้นานขึ้น และลูกหลานเราก็จะมีที่อยู่อาศัยต่อไปค่ะ เรามาตั้งธงกันว่า ต่อไปนี้ จะทำอะไร ให้คำนึงถึงเรื่อง
- ประหยัดพลังงาน
- ไม่สร้างมลภาวะในอากศ น้ำ ผืนดิน
- ขจัดและลดภาวะโลกร้อน


ที่มา:
http://www.oknation.net/blog/print.php?id=48763

บุคคลที่รวยที่สุดในประเทศไทยปี 2551

อันดับ 1 นายเฉลียว อยู่วิทยา <136,000> กลับ มาเป็นบุคคลที่รวยที่สุดของไทยอีกครั้งหนึ่งหลังจากยอดจำหน่ายกระทิงแดง เครื่องดื่มบำรุงกำลังที่นายเฉลียว ร่วมกับนายดีทริช มาเตสชิทซ์นักธุรกิจออสเตรียเริ่มผลิตขึ้นเมื่อ 20 ปีที่แล้วในต่างประเทศเพิ่มสูงขึ้น ยอดขายเพิ่มจากปี 2547-2550 ถึงเกือบเท่าตัวเป็น4,200 ล้านดอลลาร์ในปีที่ผ่านมา มีมูลค่าทรัพย์สินทั้งหมด 4,000 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 136,000 ล้านบาท) เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 500ล้านดอลลาร์
อันดับ 2 นายเจริญ สิริวัฒนภักดี <132,600> ผู้ ก่อตั้งบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ เจ้าของธุรกิจวิสกี้และเบียร์(เหล้าแม่โขงเบียร์ช้าง ฯลฯ ) ที่เพิ่งจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์เมื่อปี 2549ทั้งยังเป็นเจ้าของกิจการโรงแรมพลาซ่า แอทธินี่ และไอเอ็มเอ็ม อีกด้วยมูลค่าทรัพย์สินรวม 3,900 ล้านดอลลาร์
อันดับ 3 ตระกูล \"จิราธิวัฒน์\" <95,200> มี กิจการหลายอย่างตั้งแต่ธุรกิจค้าปลีก (ห้างเซ็นทรัล) อสังหาริมทรัพย์ โรงแรม เป็นต้น มูลค่าทรัพย์สินสุทธิรวม 2,800 ล้านดอลลาร์
อันดับ 4 นายธนินท์ เจียรวนนท์ <68,000> ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) กิจการเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี.) มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ์ 2,000 ล้านดอลลาร์
อันดับ 5 นายกฤตย์ รัตนรักษ์ <34,000> ประธาน และซีอีโอของบริษัท บางกอก บรอดคาสติ้ง แอนด์ ทีวี (บีบีทีวี) และครอบครัวทรัพย์สินรวมถึงหุ้นในธนาคารกรุงศรีอยุธยา และปูนซิเมนต์นครหลวงมูลค่าทรัพย์สินรวม 1,000 ล้านดอลลาร์
อันดับ 6 คุณหญิงประณีตศิลป์ วัชรพล และครอบครัว <31,960> เจ้าของกิจการหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ มูลค่าทรัพย์สินรวม 940 ล้านดอลลาร์
อับดับ 7 นายวิชัย มาลีนนท์ และครอบครัว <29,920> เจ้าของกิจการ บีอีซีเวิร์ลด์ และไทยทีวีสีช่อง 3 มูลค่าทรัพย์สินรวม 880 ล้านดอลลาร์
อันดับ 8 นายจำนงค์ ภิรมย์ภักดี <27,880> ประธานบริษัทบุญรอด บริวเวอรี่ (เบียร์สิงห์) และครอบครัว มูลค่าทรัพย์สินรวม 820 ล้านดอลลาร์
อันดับ 9 นายสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ <19,720> ประธาน เครือบริษัท ไทยซัมมิต ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ ถือหุ้นส่วนหนึ่งอยู่ในเนชั่น มัลติมีเดียมูลค่าทรัพย์สินรวม 580 ล้านดอลลาร์
อันดับ 10 นายอนันต์ อัศวโภคิน <17,850> ผู้ก่อตั้งบริษัท แลนด์ แอนด์ เฮาส์ มูลค่าทรัพย์สินรวม 525 ล้านดอลลาร์

ที่มา:http://www.zone-it.com/64666/2#msg467778

วิธีจับผิดคนโกหกอย่างง่ายๆมาดูๆ

1. ใช้ใบหน้าด้านซ้ายแสดงความรู้สึกเพียงด้านเดียว เช่น ยักคิ้วข้างซ้าย หรือเบ้ปากข้างซ้าย ปกติแล้ว ใบหน้าด้านข้างจะเปิดเผยความรู้สึกที่แท้จริงออกมาให้เห็น เพราะมันเชื่อมโยงกับสมองส่วนที่ควบคุมอารมณ์และการรู้โดยสัญชาติญาณ
2. การยิ้มเบี้ยวๆ เป็นเครื่องหมายแสดงว่าคนคนนั้นกำลังโกหกอยู่ คนที่พูดความจริง หรือยิ้มด้วยความสุขใจนั้น จะยิ้มเท่ากันสองด้าน โดยไม่ยิ้มเบี้ยวๆ
3. ระดับเสียงสูงขึ้นหรือต่ำลงจนไม่เป็นธรรมชาติ น้ำเสียงของคนโกหกจะเพิ่มขึ้น หรือลดลงจนไม่เป็นธรรมชาติ เพราะคนเหล่านี้จะพยายามเน้นให้คุณเชื่อเรื่องที่เขาโกหก
4. หายใจไม่สม่ำเสมอ ในขณะที่นึกหาคำพูดที่ดีที่สุดมาใช้ในการโกหกนั้น คนโกหกจะหายใจลำบาก หรืออาจจะเรียกว่าหายใจไม่ทั่วท้อง เพราะกลัวอีกฝ่ายจะจับโกหกได้
5. เหงื่อไหล หน้าแดง หรือกระพริบตาถี่ๆ ตลอดเวลา อาการเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าคนโกหกมีอาการเครียดเนื่องจากกลัวคุณจะจับโกหกได้นั่นเอง
6. ไม่แสดงอารมณ์หรือความรู้สึกใดๆ ออกมาเลย คนที่โกหกเชื่อว่าการที่ตนใช้น้ำเสียงราบเรียบ และสีห้าไม่บ่งบอกอารมณ์จะทำให้คุณเชื่อเขา
7. เพิ่มหรือลดความเร็วในการพูด ความเครียดจากการที่คนพูดโกหกมักจะทำให้คนพูดติดอ่าง หรือไม่ก็พูดให้จบโดยเร็ว
8. ให้เหตุผลหรือชี้แจงมากเกินความจำเป็นคำแนะนำดังกล่าวข้างต้นนี้ นักจิตวิทยาสังคมชื่อ เฟรดริด โครนิก ท่านได้วิจารณ์และกล่าวไว้ เป็นข้อสังเกตที่ดีและน่าเชื่อถือ การรู้วิธีจับโกหกได้เป็นสิ่งที่มีประโยชน์มาก มันจะช่วยไม่ให้เราต้องตกเป็นเหยื่อของคนโกหกเหล่านี้ ลองเอาไปใช้กันดูนะคะ

ที่มา: http://www.chonburi108.com/